Sunday, August 19, 2018

สำหรับนักปั่นจักรยาน

Komoot แอปพลิเคชันสำหรับนักปั่นจักรยาน สำหรับเส้นทางปั่นในเมืองที่อาศัยอยู่เป็นประจำนักปั่นมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่หากอยู่ในต่างประเทศ คงจะไม่รู้แน่ๆว่าถนนเส้นไหนมีวิวที่สวยที่สุดที่คุ้มจะเสียเหงื่อเพื่อไปให้ถึงจุดหมายนั้น ฟีเจอร์ที่ดีที่สุดของแอปนี้ คือการให้คำแนะนำเรื่องเส้นทางที่ดีที่สุดจากคนท้องถิ่นและไฮไลต์สำคัญๆที่ห้ามพลาดจากคนในชุมชนของแอป เราเองก็สามารถเพิ่มไฮไลต์พวกนี้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการผจญภัยครั้งต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ จุดน่าสนใจ หรือแม้กระทั่งร้านไอศกรีมก็ตาม แอปนี้ใช้งานแบบออฟไลน์ได้ ดาวน์โหลดใช้งานฟรี

ที่มา:ไทยรัฐ

Monday, August 13, 2018


โรลส์รอยซ์เปิดแผนลุยแท็กซี่บินได้

มาอีกรายแล้ว โรลส์รอยซ์ ผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินสัญชาติอังกฤษ เปิดแผนผลิตแท็กซี่ไฮบริดบินได้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเผยโฉมพาหนะต้นแบบได้ภายใน 18 เดือน เพื่อให้ทันนำออกให้บริการหลังปี 2563

โรลส์รอยซ์ ถือเป็นอีก 1 ผู้ผลิต ที่กำลังเตรียมตัวเข้าแข่งขันในสมรภูมิอากาศยานแท็กซี่ โดยได้เปิดตัวแท็กซี่ไฮบริดบินได้ขึ้นครั้งแรกเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ในงานแสดงอากาศยาน Farnborough International Airshow


อย่างไรก็ตามสิ่งที่โรลส์รอยซ์นำมาโชว์ ยังเป็นเพียงแผนการผลิตเท่านั้น โดยบริษัทคาดหวังว่าจะสามารถผลิตพาหนะต้นแบบได้ภายใน 18
เดือนนับจากนี้ เพื่อที่จะทำการทดสอบการบินให้ได้หลังปี 2563

อากาศยานชนิดนี้ ซึ่งถูกเรียกว่า Electric Vertical Take-off and Landing (Evtol) จุคนได้ราว 4-5 คน บินได้ระยะทางสูงสุด 805 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เราจะได้เห็นอากาศยานเช่นนี้ บินให้บริการภายใน 3-5 ปีนับจากนี้ โดยสำหรับโรลส์รอยซ์คาดหวังว่าจะสามารถโชว์เครื่องต้นแบบและสาธิตการทำงานของพาหนะชนิดนี้ได้ในอีก 2 ปีข้างหน้าร็อบ วัตสัน หัวหน้าทีมรถยนต์ไฟฟ้าของโรลส์รอยซ์ เปิดเผย

เบื้องต้นโรลส์รอยซ์ใช้งบประมาณในการพัฒนาอากาศยานไฮบริดรุ่นนี้ไปแล้วเกือบ 10 ล้านปอนด์ (ราว 420 ล้านบาท) โดยเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องยนต์แบบเทอร์บายน์ (Terbine) ซึ่งทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้า
 นอกจาก Evtol แล้ว โรลส์รอยซ์ยังกำลังพัฒนาพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าหลากหลาย แต่ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น

โรลส์รอยซ์เชื่อว่า อากาศยานไฮบริดจะเป็นยานพาหนะที่ตอบโจทย์การเดินทางระหว่างเมือง แต่หากต้องการเดินทางข้ามประเทศหรือไกลกว่านั้น ระยะทางระหว่าง 200-300 ไมล์ เช่น จากลอนดอนไปปารีส ก็คงต้องหันไปหายานพาหนะประเภทอื่น ที่ทำระยะได้ไกลกว่า

ทั้งนี้ นอกจากโรลส์รอยซ์ ซึ่งเปิดตัวเป็นรายล่าสุดแล้ว ตลาดแท็กซี่บินได้ ยังกำลังหอมหวน เนื่องด้วยบริษัทยักษ์ใหญ่จากหลากหลายสาขา กำลังให้ความสนใจและเข้ามาแข่งขันแบ่งเค้ก ไม่ว่าจะเป็น อูเบอร์ (Uber), Kitty Hawk Project ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกูเกิล, Lilium Aviation จากเยอรมัน, Satran ในฝรั่งเศส และฮันนี่เวลล์แห่งสหรัฐอเมริกา.



ที่มา:ไทยรัฐ













Tuesday, August 7, 2018

รู้จัก 'ไซมอน' หุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศระบบ AI ตัวแรกของโลก


ไซมอน คือหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศระบบปัญญาประดิษฐ์ตัวแรกของโลกที่ได้เดินทางสู่สถานีอวกาศนานาชาติ เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวฮือฮากันในโลกโซเชียล เกี่ยวกับ หุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศที่เพิ่งถูกส่งสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ...นี่คือหุ่นยนระบบ AI ตัวแรกที่ถูกส่งขึ้นไป


1. ไซมอนเป็นหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้เทคโนโลยีไอบีเอ็ม วัตสัน ที่ได้ติดตามนักบินอวกาศที่ชื่อนายอเล็กซานเดอร์ เกิร์สต ไปสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)

2. เป้าหมายของการส่งไซมอนขึ้นไปคือการช่วยนักบินอวกาศปฏิบัติการ 3 ภารกิจ ได้แก่ 1. การร่วมกันทำการทดลองกับคริสตัล 2. แก้ไขปัญหาลูกบาศก์ของรูบิกโดยอาศัยวิดีโอต่างๆ 3. ทดลองทางการแพทย์ที่ซับซ้อนโดยใช้ไซมอนทำหน้าที่กล้องบินได้


3. ไซมอนเป็นระบบอัจฉริยะแบบอินเตอร์แอคทิฟที่พกพาได้ ที่จะเป็นผู้ช่วยนักบินอวกาศเกิร์สตในภารกิจครั้งที่ 2 สู่สถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการสถานีอวกาศในช่วงที่สองของการปฏิบัติการระยะเวลา 6 เดือน


4. หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ไซมอนมีลักษณะเป็นอุปกรณ์กลมๆ ขนาดเล็ก มีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ใบหน้าและเสียงดิจิทัล รวมถึงการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ของไซมอน ทำให้ไซมอนเป็นเหมือน “เพื่อนร่วมงาน” ของบรรดาลูกเรือบนอวกาศ (ถ้าคุณมีเพื่อนที่หัวกลมๆ อะนะ)

5. กลุ่มนักพัฒนาที่รับผิดชอบการพัฒนาไซมอนคาดการณ์ว่าไซมอนจะช่วยลดความเครียดของบรรดานักบินอวกาศ ขณะเดียวกันก็ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและทำหน้าที่เป็นระบบเตือนล่วงหน้าในกรณีที่เกิดปัญหาทางเทคนิค ซึ่งถือเป็นการเข้ามาช่วยปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยด้วย

6. ปัจจุบันไซมอนได้รับการฝึกอบรมให้สามารถระบุสภาพแวดล้อมของตนและสามารถระบุคู่สนทนาที่เป็นมนุษย์ที่กำลังมีปฏิสัมพันธ์กับตนได้โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) ช่วยให้ไซมอนสามารถประมวลผลข้อความ คำพูด และรูปภาพรวมถึงช่วยดึงข้อมูลและข้อค้นพบต่างๆ ได้อีกด้วย

7. ไซมอนสามารถเคลื่อนที่ไปรอบๆ ได้อย่างไร้ปัญหาไซมอนยังได้เรียนรู้ขั้นตอนดำเนินการทั้งหมดเพื่อให้สามารถช่วยทำการทดลองต่างๆ บนยานอวกาศได้อีกด้วย โดยบางครั้งการทดลองอาจประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ มากกว่า 100 ขั้นตอนที่แตกต่างกัน ซึ่งไซมอนรู้จักขั้นตอนเหล่านั้นทั้งหมด

8. โมเดลข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของไอบีเอ็มที่อยู่ในไซมอนจะช่วยให้องค์กรสามารถฝึกโมเดล AI ด้วยเทคโนโลยีของวัตสัน โดยไม่จำเป็นต้องผสานรวมข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือมีกรรมสิทธิ์เข้ากับโมเดลแบบสาธารณะแต่อย่างใด และจะไม่มีองค์กรใด (หรือแม้แต่ไอบีเอ็ม)ที่สามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้พัฒนาแอปพลิเคชัน AI อื่นๆ เพิ่มเติมได้

9. ในระยะกลาง โครงการไซมอนจะมุ่งที่ผลของกลุ่มทางจิตวิทยาซึ่งสามารถเกิดขึ้นกับทีมเล็กๆ ระหว่างภารกิจระยะยาวบนอวกาศ โดยผู้สร้างสรรค์ไซมอนมีความมั่นใจว่าการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์

ที่มา:ไทยรัฐ




Sunday, July 22, 2018


5 แก็ดเจ็ตในบ้าน เปลี่ยนที่พักอาศัยให้เป็นสมาร์ทโฮมยุคใหม่
                ปัจจุบันเทคโนโลยีหลายอย่างได้เข้ามาอำนวยความสะดวกสบายให้กับชีวิตของเราในแบบที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน
ดังนั้นวันนี้มารู้จักกับเทคโนโลยีภายในบ้าน ว่ามีอะไรที่จะมาช่วยให้การอยู่บ้านของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้นบ้าง

 1. Google Home

                หากใครได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Iron man คงจำ Jarvis ผู้ช่วยอัจฉริยะของ โทนี่ สตาร์ก ได้ เจ้าอุปกรณ์เครื่องนี้ก็จะมาทำหน้าที่ผู้ช่วยดูแลบ้านเช่นกัน Google Home คือลำโพงพร้อมไฟ LED ที่มีดีไซน์สวยงาม ขับเคลื่อนด้วยระบบ Google Assistant สามารถสั่งปิดไฟ เปิดเพลง ถามสภาพอากาศ ตั้งเวลาปลุก จัดตารางการทำงานและควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน บอกเลยว่าไม่มีไม่ได้แล้ว ปล. ในประเทศไทยยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ


2. ฟิลิปส์ ฮิว หลอดไฟอัจฉริยะ
สมาร์ทไลท์ติ้ง ควบคุมบนเทคโนโลยี IoT ที่มาในลักษณะของหลอดไฟสีที่เอาไว้ตกแต่งห้อง หรือทำให้ห้องดูมีอะไรมากขึ้นกว่าแสงไฟปกติ ตอบโจทย์คนสไตล์ฮิป เปลี่ยนสีได้ถึง 16 ล้านสี ใช้ได้กับทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์ พร้อมการสั่งงานด้วยเสียง ผ่านผู้ช่วยอัจฉริยะ เช่น Siri (บนไอโฟน) และสมาร์ทสปีคเกอร์อื่นๆ เช่น Google Home เป็นต้น ที่เก๋คือเมื่อ Sync แล้วสามารถให้บรรยากาศร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เปิดเพลงเศร้าก็จะให้แสงที่เหมาะกับอารมณ์เพลง โอ้โห...ฉลาดไปแล้วนะเจ้าหลอดไฟ

3. August Smart Lock
สมาร์ทล็อกสุดเจ๋ง เอาไปเปิด-ปิดประตูในเวลาที่ต้องการ บางทีมีเพื่อนมาหาที่บ้านแต่ตัวเองไม่อยู่ ก็เอารหัสให้เพื่อนเปิดเข้ามาโดยการใส่รหัสผ่านสมาร์ทโฟนของเพื่อนได้ นอกจากนี้ยังควบคุมการทำงานผ่านระบบบลูทูธ หากเกิดไฟฟ้าดับก็ยังสามารถทำงานต่อได้ไร้กังวล ที่สำคัญคือไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยด้วย เพราะระบบถูกเซตมาให้เราจัดการได้อย่างเป็นระบบเลยจ้า แต่น่าเสียดายที่ในประเทศไทยหาซื้อยากหน่อย เพราะไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

4. Dyson V8 Carbon Fibre
อาจไม่ใช่สมาร์ทโฮมเต็มตัว แต่นี่คือเทคโนโลยีที่เราทึ่ง เนื่องจากเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีพลังดูดไปถึงดาวอังคาร (เว่อร์...จริงๆ คือดูดได้ 155 AW นั่นแปลว่ามีพลังดูดเพิ่มขึ้นจากรุ่นเก่าถึง 30%) มีเทคโนโลยีไซโคลน 15 ชุด จัดเรียง 2 ชั้น ทำงานคู่ขนานกัน ช่วยเพิ่มกระแสลมและดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กจากแรงเหวี่ยงของกระแสลมเข้าสู่ถังเก็บฝุ่น ดูดต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 40 นาที 


5. Echo by Amazon
 รูปลักษณ์ทรงกระบอกแต่ที่มาพร้อมกับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Alexa ที่รับคำสั่งเสียงพร้อมโต้ตอบการใช้งานเช่นเดียวกันกับ Google Assistant และ Siri เพียงแค่เรียก “Alexa” ก็เริ่มใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะตั้งปลุก, เปิดเพลง, เตือนรายการที่ต้องทำ และตอบคำถามทั่วไป ซึ่งในต่างประเทศทีคนเม้าท์กันว่า เจ้านี่เจ๋งที่สุดในหมู่ผู้ช่วยในบ้านเลยนะ แต่ก็น่าเสียดายที่ Alexa ไม่พูดภาษาไทย
แล้วบ้านของคุณล่ะ จะเลือกผู้ช่วยแบบไหนดีนะ

เลือกหาแก็ดเจ็ตคูลๆ สำหรับบ้านใหม่ของคุณ สินค้าคุณภาพดีและส่วนลด lazada เพียบ!
ที่มา:ไทยรัฐ




Saturday, July 14, 2018

iPhone ตัวต่อไปอาจมีกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมเซนเซอร์ 3 มิติ
                อย่างที่ทุกคนรู้กัน แอปเปิลไม่เคยแถลงข่าวหรือให้ความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในอนาคต แต่อย่าลืมว่าเรายังมีเหล่านักวิเคราะห์ แฟนคลับ นักข่าว และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่ ที่ต่างก็ช่วยกันรวบรวมข้อมูลจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมา

                ล่าสุดนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปีนี้มีการรั่วไหลออกมาจากแหล่งข่าวในไต้หวันว่า จะมีกล้องหลังถึง 3 ตัว พร้อมเซนเซอร์ 3 มิติ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์จากการใช้งาน AR อย่างเต็มที่ 

                ประโยชน์ของการมีกล้องหลังถึง 3 ตัว คือสามารถช่วยให้กล้องจับวัตถุในมุมมองที่ต่างกัน และจะช่วยให้วัตถุอยู่ในภาพ 3 มิติที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่าเดิม ผสมผสานกับเทคโนโลยี ToF หรือ (time-of-flight) ที่จะช่วยสร้างวัตถุให้ชัดเจน

                อีกหนึ่งข้อดีของกล้อง 3 ตัวหลังคือมีความเป็นไปได้ว่าจะประหยัดพลังงานมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้

                ปัจจุบัน มีเพียงแบรนด์หัวเว่ยเท่านั้นที่ทำกล้องหลัง 3 ตัวออกมาพร้อมประโยชน์ในการซูมแบบออปติคัล 3 เท่า
ที่มา:ไทยรัฐ

Monday, July 9, 2018


เคสมือถือแนวใหม่ ช่วยบังหากมีคนแอบดูโทรศัพท์

หมดปัญหาเรื่องคุณป้าคนข้างๆ ชอบแอบดูข้อความในโทรศัพท์เวลายืนอยู่ในรถไฟฟ้า แถมยังหลีกเลี่ยงการทะเลาะกับแฟน เวลาแฟนแอบชำเลืองดูว่าเรากำลังคุยกับใครได้ด้วย
                สำหรับเจ้าเคสตัวนี้ ทางแบรนด์เคลมไว้ว่า จะช่วยบังแดดกรณีคุณต้องใช้โทรศัพท์ในพื้นที่แสงจ้า เพราะมันจะช่วยให้เห็นหน้าจอชัดขึ้น แถมยังช่วยบังข้อมูลของคุณปลอดภัยจากผู้อื่นเมื่อดูในที่สาธารณะ หรือแม้แต่เวลาฝนตกก็จะช่วยกันฝนได้ในระดับหนึ่ง (อันนี้จริงๆ เราว่าไม่สำคัญเท่าไร เพราะตอนนี้สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่กันฝนได้ทั้งนั้น)
                แต่ก็น่าเสียดายที่เจ้าเคสที่ว่านี้มีเฉพาะสำหรับไอโฟนเท่านั้นนะจ๊ะ ส่วนรุ่นที่ใช้ได้ก็มี iPhone X, iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone 7, iPhone 7 Plus, iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus
                คนไหนที่สนใจใน Amazon ขายอยู่ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 300 บาทไทย เอ้า...ใครสายแฟชั่นอยากลองไหม? แต่เราคงขอบาย ขอใช้เคสปกติตามเดิม

ที่มา:ไทยรัฐ

Sunday, July 1, 2018


3 นวัตกรรมไฮเทคจากงานโตโยสึ เจแปน เฟสติวัล 2018

ผู้คนทั่วทั้งโลกต่างสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งมีทั้งสิ่งใหม่ที่สร้างขึ้น และสิ่งเก่าที่ถูกนำมาพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อตอบ

โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล 2018 เทศกาลสินค้าและอาหารจากประเทศญี่ปุ่นที่จัดขึ้น ณ ชั้น 5 รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 1 กรกฎาคม 2561

1. Ha:mo รถยนต์ไฟฟ้า



ประโยชน์ของรถยนต์ไฟฟ้าคือทำให้ผู้คนสามารถใช้ร่วมกันเพื่อเดินทางไปยังที่ต่างๆ ได้อย่างอิสระ โดยสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ส่วนรถยนต์ Ha:mo ตอนนี้ยังไม่ได้วางขายอย่างเป็นทางการ เพียงแต่เปิดให้ยืมใช้ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในช่วงระยะเริ่มต้นจะมีรถที่ให้บริการทั้งหมด 10 คัน และมีแผนจะเพิ่มจำนวนรถอีก 20 คัน ครอบคลุมในบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งสองฝั่ง


2. Cogy วีลแชร์สัญชาติญี่ปุ่น
อย่างที่คนทั่วโลกยอมรับว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับต้นๆ ของผลงานความคิดสร้างสรรค์ และ Cogy คือวีลแชร์สำหรับผู้ป่วยอัมพาตที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยทำกายภาพบำบัดไปด้วยในตัว 

3. เครื่องสีข้าวสำหรับใช้ในบ้าน
เครื่องสีข้าวขนาดเล็กแบบพอเพียง ทำให้คุณสามารถสีข้าวทานเองได้แล้วที่บ้าน แถมยังเลือกสีข้าวได้ถึง 7 ระดับ เลือกได้ว่าอยากได้แบบสารอาหารสูง หรือข้าวขาวทานง่าย 

สำหรับงาน โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล 2018 ในปีนี้ได้จัดขึ้นภายใต้ธีม Nice to meet you TOHOKU ณ ชั้น 5 รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 1 กรกฎาคม 2561

ที่มา:ไทยรัฐ